Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

สาวผิวสวย

บทที่ 1 การทดสอบผิวหน้า
บทที่ 2 การทำความสะอาดใบหน้าก่อนเข้านอน
บทที่ 3 การล้างผิวหน้าให้สะอาด
บทที่ 4 รักษาผิวสวยด้วยวิธีง่ายๆ
บทที่ 5 การดูแลรักษาผิวที่ถูกวิธี
บทที่ 6 หลากข้อสำหรับผิวหน้า
บทที่ 7 ประโยชน์ของเบบี้ออยล์
บทที่ 8 เรื่องของผักกับผิว
การทดสอบผิวหน้า
ในเวลาเช้าเมื่อคุณตื่นนอน ก่อนที่คุณจะล้างหน้าหรือใช้เมคอั้พ ควรใช้กระดาษซับมันนั้นซับลงไปบนดวงหน้าของคุณ ในที่ต่างๆกันเช่น หน้าผาก จมูก คาง การซับแต่ละแห่งนั้นให้ใช้กระดาษคนละแผ่นกันแล้วจำให้แม่น จำแผ่นไหนซับตรงไหน แล้วนำมาเปรียบเทียบกันก็จะเห็นว่า 1. ถ้าหากผิวหน้าของคุณเป็นมัน กระดาษแผ่นนั้นจะมีลักษณะเป็นรอยโปร่งแสงกว้าง(เพราะถูกมันมาก)ใหญ่เฉพาะแห่ง 2. ถ้าหากว่าผิวของคุณเป็นครั้งน้ำมันครั้งแห้งเป็นบางส่วนไม่เท่ากัน กระดาษที่ซับแก้มทั้งสองข้างจะทับแสงดังสภาพเดิมเพราะไม่ ถูกน้ำมันจากผิวแก้มที่แห้งของคุณแต่กระดาษที่ซับตรงซอกจมูกทั้งสองข้าง หรือตรงกลางหน้าผากและปลายคางนั้นจะแสดงให้เห็น ลักษณะโปร่งแสงเพราะถูกน้ำมันเหล่านี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าผิวหน้าบางส่วนของคุณในบางส่วนนั้นมีลักษณะไม่เหมือนกัน คือบางส่วนไม่ มีน้ำมันเลยแม้แต่น้อย และบางส่วนมีน้ำมันมาก จากการทดสอบดังกล่าวนี้ เมื่อคุณพิจารณากระดาษแผ่นที่ซับปลายคางจะเห็นว่ามีลักษณะโปร่งแสงมากกว่าแผ่นที่ซับตรงหน้า ผากซึ่งแห้งกว่าแต่ก็ยังน้อยกว่ากระดาษแผ่นที่ซับข้างจมูก เพราะตรงนั้นมีน้ำมันมากที่สุด 3. ถ้าหากว่าผิวหน้าของคุณแห้ง แผ่นกระดาษที่ใช้ซับทุกแผ่นในจุดต่างๆกันจะไม่ปรากฎลักษณะโปร่งแสงเลยมันจะคงสภาพเดิม เหมือนยังไม่เคยใช้มาก่อน 4. แต่ถ้าหากว่าผิวของคุณเป็นปกติ คือมีน้ำมันไม่มาก ไม่แห้งหรือมีลักษณะบางแห่งแห้งยางแห่งมีน้ำมีนแล้ว กระดาษทุกแผ่นที่ ใช้ในการทดลองซับผิวหน้าต่างๆกันนั้นจะมีลักษณะโปร่งแสงเล็กน้อยเท่ากันหมดค่ะเมื่อรู้ลักษณะผิวพรรณของตัวเองแล้วก็จะดูแลรักษา ได้ง่ายและถูกวิธีมากขึ้นค่ะ เมื่อรู้ลักษณะผิวพรรณของตัวเองแล้ว ก็จะดูแลรักษาได้ง่ายและถูกวิธีมากขึ้นค่ะ
การทำความสะอาดใบหน้าก่อนเข้านอน
ก่อนทำความสะอาดใบหน้าทุกคืนในเวลาก่อนเข้านอนนั้นจะเป็นวิธีที่จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรค่ะ 1. เริ่มต้นด้วยวิธีเช็ดเครื่องเม็คอั้พที่ตาออกก่อนด้วยพัฟที่จัดหาไว้เป็ฯพิเศษเพื่อเช็ดตาโดยเฉพาะเท่านั้นนะคะหรือจะใช้ผ้าที่อ่อน นุ่มชุบน้ำพอชื้นๆเช็ดก็ได้ค่ะ ควรเช็ดเม็กอั้พที่หนังตาอย่างเบาๆอย่างขยี้ จากนั้นก็ค่อยๆเช็ดขนตาให้สะอาด ถ้าหากปรากฎว่ายังมีร่อง รอยสีที่เขียนขอบตาเหลืออยู่ก็ควรใช้แปรงอ่อนที่สำหรับแปรงขนตา ที่มีลักษณะคล้ายพู่กันจุ่มน้ำเช็ดรอยที่เหลือจนสะอาด 2. ให้กระดาษทิชชูวางลงบนขอบหนังตาล่างแล้วกระพริบตาถี่ๆหลายๆครั้งเพื่อที่จะเช็ดเม็คอั้พที่ติดอยู่ที่ขนตาหรือหนังตาให้หมดไป จากนั้นใช้ทิชชูลูบไล้เช็ดเบาๆไปตามขอบหนังตา เพื่อเช็ดเม็คอั้พที่หลงเหลือให้หมดไป แต่โปรดระวังว่าต้องทำอย่างแผ่วเบาจำไว้ว่า ผิวหนังรอบๆดวงตาของคุณไม่ควรเช็ดถูแรงๆหรือขยี้เป็นอัดขานนะคะ เพราะผิวหนังบริเวณขอบตาบอบบางมากค่ะ 3. ลำดับต่อจากการทำความสะอาดขอบตาแล้ว จึงเป็นการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยการใช้คลีนซิ่งครีมทาไปให้ทั่วแล้วปล่อยไว้ ประมาณ 2-3 นาที จึงใช้ทิชชูเช็ดออกในระยะนี้อย่าเพิ่งทำการนวดผิวหน้า เพราะขั้นนี้เป็นการเช็ดเม็คอั้พออกเท่านั้นค่ะ 4. ขั้นนี้เป็นการใช้ครีนซิ่งครีมชะล้างเม็คอั้พที่ยังหลงเหลือติดอยู่ที่ผิวหน้าให้หมดจดยิ่งขึ้น ยกศอกทั้งสองข้างขึ้นในระดับไหล่เพื่อ ว่าคุณจะได้เคลื่อนไหวมือได้สะดวก วางนิ้วลงบนใบหน้าแล้วเริ่มการนวดใบหน้าด้วยวิธีนวกขึ้นจากลำคอไปสู่ดวงหน้าในท่าเฉียงๆออก นวดให้ทั่วใบหน้าและก้านคอ แต่อย่ากดหนักนะคะ 5. หลังจากนวดหน้าจนทั่วแล้ว ควรใช้พัฟอีกอันหนึ่งชุบน้ำยาล้างหน้า (สะกิน โทนิค) เช็ดล้างครีมที่ติดอยู่บนใบหน้าออกให้หมด ในตอนนี้คุณจะพบว่าใบหน้าของคุณสดใส และอาจจะรู้สึกตึงๆเล็กน้อยเพราะมีน้ำมันที่หล่อเลี้ยงผิวหน้าถูกชำระล้างออกหมด การที่มี คลีนซิ่งครีมหลงเหลืออยู่ที่ผิวหน้าจะทำให้เกิดอาการคันยิบๆ และมีสีแดงเป็นผืนๆ ทั้งนี้เพราะคลีนซิ่งครีมที่ยังถูกเช็ดล้างออกไม่หมดนั้น จะยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่ต่อไป เราจึงรู้สึกว่าผิวหน้าคันยิบๆ ดังนั้นจะต้องระวังใช้ สะกิน โทนิคเช็ดล้างออกให้หมดจริงๆค่ะ 6. เป็นขึ้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาดผิวหน้าในตอนกลางคืนก่อนเข้านอน ได้แก่การล้างหน้าของคุณอีกครั้งด้วยสบู่และน้ำ สะอาดค่ะ อย่าลืมนะคะ ก่อนการเข้านอนต้องทำความสะอาดใบหน้าทุกครั้ง เพื่อให้ผิวหน้าสะอาดและชุ่มชื่นด้วยค่ะ
การล้างผิวหน้าให้สะอาด
ก่อนจะเริ่มต้นการตบแต่งใบหน้าด้วยการรองพื้นคุณต้องชำระล้างใบหน้าของคุณให้สะอาดหมดจดจริงๆเสียก่อนนะคะ พูดถึงการล้างหน้า เมื่อฟังเพียงผิวเผินอาจเข้าใจว่าง่ายดายไม่เห็นจะต้องมาเสียเวลาอธิบายเลย เพราะเราล้างหน้ากันมาแต่เด็กๆ ด้วยกันทุกคนแล้ว ถ้าจะให้สะอาดหน่อยก็ใช้สบู่ฟอกให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้งก็เสร็จพิธี นั่นเป็นเพียงวิธีการล้างหน้าอย่างปกติธรรมดาที่ไม่อาจจะเทียบได้กับวิธีล้างหน้าตามหลักวิชาการเสริมสวยสร้างเสน่ห์ให้แก่ใบหน้า การล้างหน้าก่อนเสริมสวยนั้นมีหลักเกษฑ์สำคัญอยุ่ที่การเลือกใช้ครีมล้างหน้าและวิธีการล้างหน้าที่ถูกต้องดังนี้จ๊ะ วิธีการล้างหน้าโดยการใช้ครีมล้างหน้า เมื่อคุณได้ตกลงใจที่จะใช้ครีมล้างหน้า จงเลือกหาครีมที่เหมาะกับผิวหน้าของคุณ จะหาครีมชนิดนี้ได้ตามร้านค้าเครื่องสำอางใหญ่ๆ ทั่วไป โดยเฉพาะถ้าคุณไปสอบถามที่ตัวแทนเครื่องสำอางแล้ว คุณจะได้รับความสะดวกและได้ครีมล้างหน้าและครีมต่างๆที่ถูกต้องกับ ผิวหน้าของคุณ เมื่อคุณได้ครีมล้างหน้ามาแล้ว ก่อนลงมือใช้ขอให้จำหลัก 4 ประการดังต่อไปนี้คะ 1. คุณจะต้องระลึกว่า ส่วนของใบหน้าและส่วนลำคอของคุณนั้นเป็นพื้นผิวที่ต่อเนื่อเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อคุณทาครีมที่ใบหน้า ของคุณจะต้องทาเลยมาถึงลำคอของคุณด้วยนะจ๊ะ …. อย่าลืม เสน่ห์ของหญิงสาวอยู่ที่ลำคอด้วยและมีอิทธิพลมากที่เดียว 2. การทาครีม ต้องทาในทางขึ้นและเฉียงออกไปด้านข้างๆทั้งสอง 3. การทาอย่ากดแรงๆจะทำให้ผิวหนังถูกยึดหรือยืดออกไปได้นะจ๊ะ 4. ต้องนวดให้ทั่วเมื่อทาครีมแล้ว ระวังการนวดได้ขอบตาต้องนวดเพียงเบาๆ และระวังอย่าให้ครีมเข้าตาหากต้องการจะลอกลิปสติก ออกจากริมฝีปาก แล้วเช็ดออกด้วยกระดาษเช็ดปากที่นุ่มไม่หยาบกระด้างค่ะ
รักษาผิวสวยด้วยวิธีง่ายๆ
การดูแลรักษาผิวบางครั้งก็อาจหาวิธีอย่างง่ายๆเป็นการสะดวก และได้ผลด้วย ลองมาดูนะคะ 1. ใช้มะขามเปียกครึ่งปั้น ใช้ทั้งซางที่เป็นเส้นๆหยาบๆหุ้มเนื้อมะขามด้วย แช่มะขามเปียกในน้ำอุ่นพอท่วม ทิ้งไว้สักครู่ให้มะขาม อ่อนตัว จะได้น้ำมะขามข้นๆสำหรับพอกหน้าส่วนเนื้อซางใช้ขัดถูตัวเวลาอาบน้ำต่างบวบแห้ง เสร็จแล้วทิ้งหน้าและตัวไว้ราว 15 นาที ค่อย ล้างน้ำออกลูบผิว ส่วนที่ขัดด้วยมะขามเปียก จะรู้สึกถึงความเกลี้ยงเนียมอาบน้ำเสร็จแล้วต้องใช้ครีมบำรุงความชุ่มชื้นตามทุกครั้งวิธีนี้ ทำให้ได้อาทิตย์ละไม่เกิน 3 ครั้ง 2. ใช้ไข่ขาว 1 ช้อนชา ดินสอพองเม็ดใหญ่ 2 เม็ดมะนาวครึ่งลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อน น้ำมันมะกอกหรือเบบี้ออยล์ครึ่งช้อนชา ผสมให้เข้า กันดี จะได้ครีมข้นสีขาวฟูฟองเพราะน้ำมะนาวทำปฏิกริยากับดินสอพอง พอกหน้าและตัวด้วยส่วนผสมนี้ ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกการ พอกนี้ควรทำก่อนเข้านอนไม่ควรทำแล้วออกไปตากแดด ตากลม วิธีทำได้ไม่เกินวันเว้นวัน 3. ใช้นมผงที่ชงให้เด็กดื่ม 2 ช้อนโต๊ะ น้ำอุ่นประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มะนาวครึ่งลุก น้ำมันมะกอก หรือเบบี้ออยล์ครึ่งช้อนชา คนให้เข้า กันจะได้นมที่ข้นมาก พอกหน้าและคอด้วยส่วนผสมนี้ทิ้งไว้ 20 นาทีและล้างออก ทำได้ไม่เกินวันเว้นวัน 4. ใช้แตงกว่าสดฝานบางๆบีบมะนาวครั่งลุกใส่ลงไป วางชิ้นแตงกว่าบนหน้า เว้นใต้ขอบตา นอนลงหลับตาสัก 20 นาที หากจะปิดตา ด้วย ต้องแยกแตงกว่าชิ้นที่ไม่โดนน้ำมะนาวปิดเปลือกตาและใต้ขอบตา เสร็จแล้วล้างหน้าทาครีมบำรุงแล้วเข้านอนได้เลย โดยวิธีเดียว กันนี้ จะเปลี่ยนจากแตงกวาเป็นมะเขือเทศ ส้มเขียวหวาน แตงโม มะละกอ กล้วยน้ำว้า จะได้ผลดีเช่นกัน วิธีนี้ทำได้ทุกวัน
การดูแลรักษาผิวที่ถูกวิธี
เรื่องการรักษาผิวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงทุกวัยอยู่แล้ว อย่างเช่นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรับประ ทานอาหาร และยังมีเรื่องราวอีกเยอะกและมากมายที่จะทำให้คุณสวยเก๋เท่กระปรี้กระเปร่า ไม่ว่าจะเป็นทรงผม การแต่งกาย และการเลือกแนวสีต่างๆของเครื่องสำอางเพื่อที่จะตามแฟชั่นให้ทัน การเลือกซื้อเครื่องประดับให้เข้ากับตัวของคุณนี่ก็สำคัญนะคะ เพื่อภาพรวมๆของคุณๆออกมาดูดี และอ่อนแก่วัยในทุกโอกาสนั้นๆ ผู้หญิงเราต้องงามตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเลยทีเดียว เพื่อที่ว่าผู้หญิงอย่างเราก้าวทันสมัยสู่ความงดงามของชีวิตอย่างแท้จริง วิธีดูแลผิว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษาผิวมี 4 อย่างนะคะ 1. การทำความสะอาด เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษาผิว ผิวที่ไม่ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดก็ไม่สามารถหากใจได้ ถ้าคุณ ดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมออย่างเช่น ขจัดฝุ่นเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกที่อุดตันรูชุมชน สิ่งเหล่านี้ช่วยป้อนกันการสะสมคั่งค้างของ เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควรจะเป็นโลชั่นหรือครีม ถ้าใช้สบู่ผิวคุณอาจจะแห้ง 2. การปรับสภาพผิว ถ้าคุณทำความสะอาดหน้าเสร็จแล้วควรใช้โทเนอร์ (toner) เพื่อจำกัดสิ่งที่คั่งค้างต่างๆและยังช่วยปิดรูขุมขน แล้วทำให้ผิวหน้าคุณสะอาดอย่างแท้จริง แต่ถ้าคุณแพ้โทเนอร์คือใช้แล้วแสบหรือคัน คุณควรหันมาใช้ยาสมานผิวอ่อนๆอย่างเช่น ไมล์ค แอสทรินเจนท์ (Mild Astingent) 3. การกำจัดส่วนที่ไม่ต้องการ ขัดหน้าก็คือส่วนหนึ่งของการกำจัดส่วนที่ไม่ต้องการ เช่น สิวเสี้ยนช่วยการไหลเวียนของโลหิต กำจัด ฝุ่น มลพิษ สิ่งสกปรกที่ทับถมอุดตันรูขุมขน และน้ำมันส่วนเกิน ผลิตภัณฑ์จำกัดเอ็กโฟเลียเตอร์ (Exfoliafors) มีทั้งในรูปโลชั่น สาร สำหรับขัดหรือสครับ(Scrubs) แบบอ่อนๆ 4. การใช้ความชุ่มชื้นแก่ผิว มอยเจอไรเซอร์เป็นสิ่งที่ดีที่สุด และจำเป็นที่สุดสำหรับผู้หญิง โดยให้ความชุ่มชื้นของผิว ปกป้องผิวให้ พ้นจากผลเสียต่างๆมอยเจอไรเซอร์(MoistuRise) มีทั้งส่วนผสมสารกันแดดบางชนิดสำหรับผิวแห้ง โดยเฉพาะลักษณะจะหนาและข้นจะ ป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ใช้แล้วจะไม่เหนียวเหนอะหนะ ถ้าคุณพบแบบนี้คุณควรจะเลือกให้เข้ากับผิวคุณมอยเจอไร เซอร์ ถ้าคุณทาแล้วควรทิ้งไว้สัก 20 นาทีก่อนทางครีมรองพื้น การล้างเครื่องสำอางที่ถูกต้อง 1. ทาครีมทำความสะอาดให้ทั่วผิวหน้า 2. ใช้สำลีแผ่นสำหรับเช็ดรองดวงตา 3. ทำความสะอาดรอบดวงตาอีกครั้ง โดยใช้สำลีพันปลายไม้โดยเฉพาะใต้ขอบตา 4. ใช้ผลิตภัณฑ์ลอกหน้า ทำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งจะช่วยให้กระชับตึงยิ่งขึ้นและทำให้ผิวอ่อนนุ่ม 5. เมื่อคุณใช้ครีมลอกหน้า หรือทำความสะอาดหน้าแล้วคุณควรใช้สำลีจุ่มโทเนอร์เช็ดเบาๆ การปรับสภาพผิวเป็นอีกขึ้นตอนหนึ่ง ที่ทำความสะอาดิวหน้าให้สะอาดยิ่งขึ้น 6. มอยส์เจอไรเซอร์ สามจุดบริเวณแก้มและหน้าฝาก แล้วเกลี่ยให้เท่ากัน โดยใช้นิ้วนวดเป็นวงกลม เท่านี้คุณก็มีใบหน้าที่สะอาด และดูอ่อนวัยเสมอ เพราะคุณดูแลอย่างถูกวิธีงัยละคะ
หลากข้อสำหรับผิวหน้า
การบำรุงรักษาผิวหน้า ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นกิจกรรมสำหรับผู้หญิงเสมอไป ผู้ชายก็มีสิทธิ์จะถนอมใบหน้าได้เช่นกัน คุณๆเคยปฏิบัติอย่างไรกับผิวหน้าบ้างคะ เคยนวดหน้าแรงๆกันบ้างหรือเปล่า ที่มีคนเคยพูดว่า การนวดหน้าแรงๆจะช่วยป้องกันไม่ ให้หน้าแก่เร็วนั้น เป็นความเชื่อที่ผิดมากค่ะ นอกจากจะไม่ช่วยชลอความแก่แล้ว มิหนำซ้ำยังให้ผลที่ตรงกันข้ามอีกด้วย คือ ทำให้แก่ เร็วขึ้นเพราะการนวดหน้าแรงๆเป็นการกระตุ้นผิวหนังยืดและหดเร็วๆแรงๆ ทำให้เส้นใยของผิวหนังที่เชื่อมกันอยู่นั้นแกไป นอกจาก นี้การใช้ครีมล้างหน้า โลชั่น หรือน้ำยาสมานผิวที่แรงเกินไป รวมทั้งการใช้สบู่ที่มีกรดแรงๆล้วนเป็นอันตรายต่อผิวหน้าทั้งสิ้น การถนอมใบหน้าด้วยวิธีที่ถูกต้อง 1. บริหารกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าให้แข็งแรง 2. ควรทำความสะอาดใบหน้าด้วยสบู่ไม่มีกรด 3. ผู้ที่มีผิวหน้าแห้งอยู่แล้ว อย่าใช้แป้งแต่งหน้าจนหนา เพราะแป้งจะอุดรูขุมขนทำให้หน้าแห้งมากขึ้นอีกค่ะ 4. ปากแห้งเป็นขุยจนทาลิปสติกไม่เรียบ วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือ ทาลิปมันให้หนาเข้าไว้คือทาหายๆครั้ง และตบบางๆด้วย แป้งแบบมีผสมรองพื้นในตัว จากนั้นใช้พู่กันแต้มลิปสติกแล้วค่อยๆ เขียนให้ทั่วริมฝีปาก ขุนเหล่านั้นจะถูกลบจนมองไม่เห็น ผิดกับ การทาลิปสติกจากแท่งโดยตรงลิบลับ 5. นอนมากจนตาบวม แถมที่แก้มยังมีรอยยับของปลอกหมอนหรือที่นอนประทับอยู่อีก มีวิธีแก้ง่ายๆค่ะคือใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ (ที่สะอาด) ชุบน้ำอุ่นจัดๆบิดให้แห้งพอหมาดๆแล้วประคบไว้ตรงรอยดังกล่าวสัก 5-10 นาทีจากนั้นใช้โลชั่นสำหรับการกระชับผิวหน้า โดยใช้ฟองน้ำหรือพัฟชุบน้ำทำสลับกันสัก 2-3 ครั้ง รอยนั้นก็จะหายไปค่ะ 6. คุณควรล้างตาทุกๆคืน การล้างตาช่วยให้ผิวหนังตาอ่อนนุ่มขึ้น 7. ไม่มีประโยชน์ที่จะทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้า เข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ เพราะหลังจากการใช้ทุกครั้ง สิ่งที่ควรล้างเป็นประจำคือ แปรงมาสคาร่า ฟองน้ำเช็ดหน้า พู่กันบลัชออน แปรงระบายหนังตา สิ่งเหล่านี้ต้องนำมาใส่อ่างพิเศษ ซึ่งมีน้ำยาฆ่าเชื้อโรคผสมน้ำอุ่น และสบู่เพื่อทำความสะอาด 8. ควรทาแป้งบริเวณริมฝีปากก่อนทาปาก เพื่อให้สีทาปากติดแน่นอยู่นาน ก่อนอื่นเขียนขอบปากด้วยดินสอเขียนปาก ใช้พู่กัน ระบายสีที่ปากให้ทั่วริมฝีปากเป็นครั้งที่หนึ่ง ซับด้วยกระดาษเช็ดหน้า ระบายสีที่ปากเป็นครั้งที่สอง เพื่อจะให้ยิ้มของคุณสดใส ควรทาน้ำ มันเคลือบปากลงไปตรงกลางริมฝีปาก 9. อาหารสำหรับผิวหน้า คือเรื่อกินอะไรให้หน้าสวย คำตอบคือ กินวิตามินและเกลือแร่ให้เพียงพอ โดยเฉพาะวิตามินเอ,ดี,อี,บี, คอมเพล็กซ์ และสังกะสี วิตามินเอจะช่วนสะสมอยู่ในไขมันใต้ผิวหนังของใบหน้า ทำให้ใบหน้าเต่งตึงและใส นอกจากนี้กรดเพนโทเธนิก ซึ่งมีในนม ยีสต์ ตับและรำข้าวจะช่วยให้ไม่มีรอยย่นอยู่บนใบหน้า สำหรับเนื้อเยื่ออ่อนรอบๆตา ถ้าโลหิตของเรามีสีคล้ำฉะนั้นต้องกิน อาหารที่ทำให้เกิดด่างเช่น ผลไม้เปรี้ยว ผักสีเหลือง(แครอท ฟักทอง ฯลฯ) หรือดื่มน้ำส้มสดๆเป็นต้น การกินอาหารนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป จึงจะเห็นผล
ประโยชน์ของเบบี้ออยล์
ประโยชน์ของเบบี้ออยส์ 1 ขวด สามารถทำอะไรได้มากมาย เช่น 1. บำรุงผิวกายเมื่ออากาศร้อนหรือสำหรับผู้ที่ผิวแห้งมาก เบบี้ออยล์อาจจะเหนอะหนะบ้าง แต่เบบี้ออยล์จะให้ปริมาณของน้ำมันที่ มากกว่าทาเวลากลางคืนคงไม่เป็นปัญหาอะไร 2. ล้างเครื่องสำอางเบบี้ออยล์สามารถใชเช็ดเครื่องสำอางประเภทที่เป็นครีมอย่างมาสคาร่าได้ และในเวลาเดียวกัน เบบี้ออยล์ ก็จะ เพิ่มน้ำมันไปในตัวด้วย 3. บำรุงริมฝีปากเมื่อริมฝีปากแห้งแตก สามารถใช้เบบี้ออยล์ทาและนวดเบา ๆ ทั่วริมฝีปากได้ จากนั้นใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นจัด ประคบสักครู่ ริมฝีปากของคุณก็จะชุ่มชื้นขึ้น 4. ปกป้องผิวหลังถูกแดดเผาทาเบบี้ออยล์ทั่วร่างกายหลังจากที่ไปเที่ยวทะเลและถูกแดดเผา น้ำทะเลกัดมา หรือทาเพียงบริเวณที่ โดนแดดจัด ๆ หลังจากกลับจากเที่ยว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวและกันการลอกของผิวหนังด้วย 5. บำรุงเล็บมือเล็บเท้าปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นเล็บมือ เพราะเราจะทาเล็บและล้างสิ่งของ ทำให้โดนน้ำบ่อย ๆ หลังจากล้างยาทาเล็บ ออกจนเกลี้ยงแล้ว ล้างมือด้วยสบู่ แล้วจึงใช้เบบี้ออยล์นวดเบา ๆ บนเล็บ จะทำให้เล็บมีสุขภาพดีตลอดเวลา 6. ป้องกันผิวแห้งกร้านบริเวณข้อศอก หัวเข่า และส้นเท้าหากบริเวณดังกล่าวแห้งกร้านและหยาบกระด้างมาก ๆ บางทีเบบี้ครีมอาจ จะยังไม่เพียงพอ จึงควรใช้เบบี้ออยล์ทาหลังอาบน้ำ หรือหลังการขจัดขนส่วนเกินออกก็ควรทาเบบี้ออยล์บาง ๆ เพื่อกันผิวแห้ง กร้าน 7. บำรุงเส้นผมก่อนสระผม นวดด้วยเบบี้ออยล์ให้ทั่วหนังศีรษะและเมื่อสระผมล้างน้ำเปล่าแล้ว ก่อนเช็ดผมให้แห้งใช้เบบี้ออยล์ลูบ เรือนผมโดยเฉพาะปลาย เพื่อให้เรือนผมนุ่มเป็นประกาย ป้องกันผมแตกปลายด้วย
เรื่องของผักกับผิว
ผักมีประโยชน์กับร่างกายของคนเราทุกส่วน คนเราจึงต้องขยันกินผักให้มาก ๆ แต่ผักบางชนิดไม่ต้องกิน แค่โปะบน ผิวก็มีประโยชน์แล้วค่ะ ผิวมันกับกะหล่ำปลี กระหล่ำปลีจะมีสารคารอทินและวิตามินซี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย คนที่มีผิวมันและเป็นสิวง่ายแสดงว่าส่วนบนของผิวมีการ หมักหมมของเซลล์เก่า ๆ ทำให้ใบหน้าสกปรกได้ง่าย ในกระหล่ำปลีจะมีสารที่ดูดสิ่งสกปรกนี้ออกไปได้ และผิวพรรณก็จะสร้างเซลล์ ใหม่ได้อย่างราบรื่น โดยไม่มีสิ่งอุดตัน 1. เลือกกระหล่ำปลีใบใหญ่ ๆ 2 ใบ ล้างให้สะอาด ซับน้ำออกให้แห้ง แล้วตัดก้านแข็ง ๆ ทิ้ง 2. เอากระหล่ำปลีวางบนแก้มข้างละใบ ทิ้งไว้ราวครึ่งชั่วโมง ทำสองครั้ง เช้า - เย็น 3. ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เอาใบกระหล่ำมาบดให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำ และนำน้ำที่ได้จากใบกระหล่ำปลีมาทาแก้มแทนโลชั่น ผิวหยาบกับมะเขือเทศ ในมะเขือเทศมีวิตามินเออยู่มาก ทานมะเขือเทศแล้วจะทำให้ผิวสวย ส่วนคนที่มีผิวหยาบ มะเขือเทศก็ช่วยให้ผิวนุ่มเนียนได้ 1. เลือกมะเขือเทศขนาดพอเหมาะมาครึ่งลูก ปอกเปลือกออกเหลือไว้แต่เนื้อ ใช้ส้อมบี้ให้ละเอียดผสมกับโยเกิร์ตอย่าให้เหลวมาก 2. ผสมให้เข้ากันจนเหนียวพอที่จะพอกหน้าได้ ก่อนพอกหน้าควรล้างหน้าให้สะอาดเสียก่อน แล้วพอกทิ้งไว้ 15 นาที แต่ถ้าไม่ถึง แล้วแต่เริ่มแห้งก็สามารถล้างออกได้ โดยใช้น้ำสะอาดทำเป็นประจำ จะทำให้ผิวพรรณไม่หยาบกร้านแถมนุ่มเนียนน่ามองด้วยค่ะ หัวหอมพิชิตกระและฝ้า คนที่เป็นสิว ให้ทานหอมหัวใหญ่มาก ๆ เพราะในหัวหอมมีวิตามินซี และ บี อยู่เยอะมาก และหอมหัวใหญ่ยังช่วยให้ฝ้าและกระจาง หายลงได้ แต่จะต้องทำด้วยความสะอาดทุกขั้นตอน 1. สับหอมหัวใหญ่ ๆ 1 หัวให้ละเอียด และบดให้เละ 2. แช่หอมที่เละนั้นในเหล้าไวน์นาน 8 วัน ใส่ไว้ในตู้เย็น หาพลาสติกหุ้มให้มิดชิด 3. เมื่อครบ 8 วันแล้ว ให้กรองเอาแต่น้ำด้วยผ้าขาวบาง น้ำที่ได้คือโลชั่นเก็บไว้ในขวดที่สะอาด แล้วใช้ให้หมดโดยเร็ว ถ้ามีเหลือ ให้เก็บไว้ในตู้เย็น